D-7

Dec 22 2018

เที่ยวปีใหม่ ภาคใต้ม่กลายปีล่ะ เปลี่ยนบรรยากาศมาภาคอีสานบ้าง ซึ่งไม่เคยจะได้คิดวางแผนเที่ยวซักเท่าไหร่ เลยจัดเต็มหลายตังหวัดเลย 5555

DAY 1

Dec 29 2018

The Mountain Village

ThailandTH

Village Stay

ThailandTH

ปีนี้เราออกจากบ้านกันตั้งแต่ตีสาม หวังว่ารถจะไม่ติดเยอะ

DAY 2

Dec 30 2018

Nong Han Kamphawapi

ThailandTH

Wat Pa Phu Kon

ThailandTH

หมู่บ้านคีรีวงกต

ThailandTH

ครัวไม้น้ำ

ThailandTH

ช่วงเทศกาลที่มีนักท่องเที่ยวมาเยอะ ก็ต้องจัดการแบบนี้ จะได้ไม่วุ่นวาย ก็ดีครับ และก็ใช้เวลารอไม่นานเท่าไหร่ 10 นาทีน่าจะได้ เราก็ได้ขึ้นรถไปวัดข้างบนกันแล้ว

เราใช้เวลาที่วัดป่าภูก้อนไม่นานมาก เพราะคนเยอะมากกกกก และเราจะต้องไปที่คีรีวงกตอีก ตอนแรกดูเวลาแล้วจะทันมั้ย เพราะเราลงมาจากวัดก็บ่ายสามโมง ถ้าไปเที่ยวคีรีวงกต มันจะดึกเกินไปหรือเปล่า ก็ลองโทรไปที่คีรีวงกต เค้าบอกว่าน่าจะได้อยู่น่ะ แต่อาจจะหมดแสงพอดี เราก็เลยตัดสินใจไปในทันที

ถ้าปกติตามทริปที่เค้าจัดให้ เราจะมาแวะกินข้าวกันที่น้ำตกนี้ แต่ในเมื่อเรามาเป็นกลุ่มสุดท้าย (และออกเป็นกลุ่มสุดท้าย) เราก็คงแค่ได้มาถ่ายรูปกับน้ำตกแค่นั้น

คืนนี้เรารีบนอนเร็ว เพราะจะต้องขึ้นภูห้วยอีสันกันตอนตีห้า ไม่รอช้า หลังจากอิ่ม ก็อาบน้ำเข้านอน แต่คืนนี้ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น น้องก็เลยต้องทนน้ำหนาว (ไม่ใช่น้ำเย็นน่ะ)

DAY 3

Dec 31 2018

ภูห้วยอีสัน

ThailandTH

Wat Pha Tak Suea

ThailandTH

ถนนคนเดิน หนองคาย

ThailandTH

Wat Ahong Silawas

ThailandTH

ละอองภิรมย์

ThailandTH

อากาศตอนที่อยู่ข้างบนก็ประมาณ 15 องศา กำลังดี ถ้าไม่มีลม เพราะจริงๆแล้ว ตัวลมที่แหล่ะที่ทำให้เราหนาวมากกว่า ระหว่างรอก็มีนักท้องเที่ยวขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ก็ไม่แน่นเท่ากับมี่เที่ยวดังๆแถวภาคเหนือ แถวนั้นล่ะก็ประมาณว่าเราจะเห็นแต่หัวนักท่องเที่ยวมากกว่าวิวเสียอีก

ในเมื่อไม่มีทั้งแดด หรือหมอก เราก็เลยอยู่บนภูห้วยอีสันกันแป๊บเดียว ก็ลงมาแล้ว และยังมีนักท่องเที่ยวขึ้นมากันเรื่อยๆ แถมยังต้องต่อคิวรถอีแต๊กอีก เพราะถ้าช้าคงอาจจะต้องรอนาน ก็เลยรีบลงมา

หลังจากลงจากวัด เราก็ตรงดิ่งเข้าที่ตัวเมืองหนองคายกันทันที เพราะท้องเราเริ่มจะร้องเสียงดัง ก็ตอนเช้ากินกันแค่นิดเดียวเอง (ย้อนไปดูตอนเช้า นิดนึงจริง?)

กินอิ่มเสร็จเราก็ไปเดินย่อยต่อกันที่ตลาดท่าเสด็จ (แล้วจะกินทำไม) ก็เป็นตลาดชื่อดังจองหนองคาย มีร้านขายเยอะแยะมากมาย เราก็ไปในทันทึ แต่จริงๆแล้วพวกเราก็ไม่ได้เป็นสายช้อปอะไรนัก ก็เดินเล่นให้รู้ว่ามาถึงกันแล้วก็แค่นั้น

แล้วเราก็ต้องลาจากหนองคายกันซะที มุ่งหน้าเข้าสู่จุดหมายต่อไปนั่นก็คือ บึงกาฬ ประมาณ 2 ชั่วโมงก็จะถึงตัวเมืองบึงกาฬ แต่ก่อนจะเข้าตัวเมือง ก็แวะที่วัดอาฮงศิลาวาส

คืนนี้ก็มีงานเคาท์ดาวน์ปีใหม่ ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจกันดี เพราะพรุ่งนี้ตั้งใจว่าจะออกจากที่พักตั้งแต่ตีห้าเพื่อจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่หินสามวาฬ (ที่มาบึงกาฬเพราะที่นี่ล่ะ) แต่อีกใจก็ดีที่จะได้มีที่เดินเล่น แถมอยู่ข้างหน้าที่พักด้วย แต่งานคงเลิกเที่ยงคืนแน่ๆ แล้วเราจะนอนหลับกันลงหรือเปล่า แต่ไม่เป็นไร ยังงัยชีวิตเราก็ต้องเดิหน้าต่อไป ทำไมมันดูรันทดก็ไม่รู้

DAY 4

Jan 01 2019

ภูสิงห์ หินสามวาฬ

ThailandTH

Phu Thok

ThailandTH

Bueng Khong Long District

ThailandTH

Wat Phra That Phanom

ThailandTH

Chic-Chid Kong Hotel & Cafe

ThailandTH

เนื่องจากตื่นสาย ก็เลยวิ่งกันพอได้เหนื่อย (คงไม่ได้เหงื่อแน่ๆ เพราะอากาศเข้านี้อยู่ที่ 16 องศา นี่ขนาดเจ็ดโมงเช้าน่ะ)

จุดหมายต่อไปของเราก็คือ หินสามวาฬ ก็จับ GPS ไปเลย ดูจากปักหมุดแล้วก็ไม่ไกลเท่าไหร่ ประมาณ 30 กิโลเมตรจากบึงกาฬ ขับเข้าใกล้ไปเรื่อยๆ ก็เอะใจอยู่ว่ามีป้ายให้เลี้ยวขวาเข้าไป แต่ GPS แสนดีนำทางเราไปให้เข้าอีกทางนึง ซึ่งพวกเราก็ให้ความเชื่อใจมาโดยตลอด แต่พอจะเลี้ยวตามที่มันบอก (เปลี่ยนสรรพนามเป็นแล้ว) ก็เห็นเป็นทางลูกรัง ก็ตะหงิดๆทันที โชคยังดีที่เค้ามีป้ายเตือนไว้ว่า "ไม่ใช่ทางไปหินสามวาฬ อย่าไปเชื่อ GPS" พวกเราก็หันกลับทันที และไปตามป้ายตอนแรกที่เห็น แป๊บเดียวก็ถึงล่ะ

แต่จะโทษ GPS อย่างเดียวก็ไม่น่าใช่ เพราะเราดันปักหมุดว่า "หินสามวาฬ" จริงๆแล้วเราต้องปักหมุดว่า "อุทยานภูสิงห์" เพราะทางขึ้นหินสามวาฬอยู่ที่อุทยาน
พอถึงอุทยาน เราก็ต้องเหมารถขึ้นไป คันละ 500 บาท ใช้เวลา 20 นาทีก็มาถึงยอดแล้ว

ที่ภูสิงห์จริงๆแล้วมีที่เที่ยวเยอะมาก ถ้าปกติต่อรอบก็จะประมาณ 3-4 ชั่วโมง แต่ถ้าช่วงปีใหม่ หรืออย่างเมื่อวาน เจ้าหน้าที่บอกว่าได้ดูแค่หินสามวาฬแค่จุดเดียว เพราะคนเยอะมาก ก็เลยไม่มีที่จอดรถ เพราะที่เที่ยวจะอยู่ตามเส้นที่รถขึ้นลง แต่มันไม่มีที่จอดงัย (คาดว่าต่อไปคงจะพัฒนาต่อไป)
เราก็เลยเที่ยวได้แค่ 2 จุดเอง แต่ไม่เป็นไร แค่หินสามวาฬเราก็โอเคแล้ว

นอนเล่นที่โรงแรมกันแป๊บนึง ก็ได้เวลาออกไปหามื้อเย็นเติมลงท้องกัน มื้อนี้เราเล็งกันไว้ว่า เราจะกินปากหม้อกัน ได้หาข้อมูลมาแล้วว่ามีร้านปากหม้อชื่อดังอยู่ใกล้ๆกับโรงแรมพอดี เดินไปว่าจะกินไอ้นั่น จะกินไอ้นี่ แต่พอไปถึงแล้ว ร้านปิด อ้าาาาาาาา สวรรค์ช่างแกล้ง

DAY 5

Jan 02 2019

Rueang Aram Ratsada Gate Arbor

ThailandTH

Tha Khon Yang

ThailandTH

Serenity Hotel & Spa Onsen Kabinburi

ThailandTH

เช้านี้ออกจากโรงแรมเร็วหน่อย เพราะโปรแกรมเยอะมาก ก็จะไปไหว้พระธาตุพนม แล้วก็ขับรถยาวมาที่กบินทร์บุรี แค่ 2 โปรแกรมแต่ใช้เวลาเกือบครึ่งวัน

หลังจากไหว้พระธาตุเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางอันยาวไกลของเรา เมื่อปักหมุดจาก GPSเราก็จะใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมงครึ่ง ถึงปลายทางของเราที่กบินทร์บุรีประมาณหกโมงเย็นครึ่ง
ถ้างั้นเดินทางตามพวกเรามาแล้วกัน ถ้าไม่เหนื่อย

GPS ที่แสนดีของเราก็พามาเส้นทางที่ใช้เวลาน้อยที่สุด ขับผ่านมุกดาหาร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม บุรีรัมย์ เส้นนี้ก็ขับมาชิวๆ รถเยอะบางนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ติดอะไร จนกระทั่งเข้าเส้นเอเชียหมาเลข 2 ยังไม่ทันจะเลี้ยวเข้าก็เริ่มติดซะแล้ว แต่ GPS ก็ยังคงคอนเฟิร์มว่าเป็นเส้นทางที่ใช้เวลาน้อยที่สุด ในเมื่อมาแล้วก็ต้องลุยหน้าต่อไป
ระยะทาง 8 กิโลเมตร เราใช้เวลาไปประมาณเกือบๆชั่วโมงได้ และสาเหตุที่ทำให้ติดก็คือรถกระบะตกลงไปข้างทาง ช่วงปีใหม่แบบนี้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นนิดเดียว รถก็ติดแล้ว
หลังจากจุดที่รถตก ก็โล่งล่ะ แต่วิบากกรรมยังไม่หมดเท่านั้น เรายังต้องมาฝ่าด่านตรงเขาปักธงชัย ซึ่งเคยมีประสบการณ์มาแล้ว ว่าเคยติดอยู่บนเขาประมาณ 6 ชั่วโมง แต่ครั้งนี้น้อง GPS บอกเราว่าคิดนิดเดียวประมาณครึ่งชั่งโมง ก็โล่งใจไป
รถก็ติดตามที่ GPS บอกจริงๆ ติดตรงวังน้ำเขียวก่อนที่จะขึ้นเขา เพราะทางยังทำไม่เสร็จ ไม่เหมือนฝั่งขาลงไปทางทับลาน โล่งเลยเพราะทางเปิดให้ใช้แล้ว นี่ถ้าทางเสร็จเมื่อไหร่ คงได้วางแผนเที่ยวเหนือ อีสานมากขึ้นแน่ๆ
อ้อแล้วเราก็ได้วิ่งผ่านอุโมงค์รักสัตว์ (ที่ทำขึ้นเพื่อให้สัตว์ป่าเดินข้าม โดยไม่ต้องกลัวรถจะชน ตอนนี้ก็เป็นแห่งแรก และแห่งเดียวในประเทศไทย ในอนาคตอาจจะมีเพิ่มขึ้นอีก)

ที่เราเลือกมาพักโรงแรมนี้ เพราะว่าที่นี่มีออนเซน กะไว้ว่าขับรถทางไกลมา ถ้าได้แช่ออนเซน คงจะสบายตัวแน่ๆ ดังนี้นเมื่อมาถึงแล้วก็จัดทันที อีกอย่างออนเซนเค้าปิด 4 ทุ่ม ก็เลยต้องรีบ

หลังจากออนเซน โดยทั่วไปมันจะหิว (ดังนั้นเค้าถึงนิยมอาบก่อนกินข้าว) เราก็เหมือนกัน รู้สึกตะหงิดท้องขึ้นมาทันที อาจจะกินนิดเดียวตอนมื้อเย็นก็ได้ เพราะต้องทำเวลาในการเดินทาง เราก็ค้นเสบียงในรถออกมาแก้จัด (จริงๆแล้วมี 7 ใกล้ๆโรงแรม แต่ขี้เกียจออกไป) หลังจากจัดเนื้อเค็มกับมะพร้าวแก้ว ก็ได้เวลานอนหลับ ราตรีสวัสดิ์ (จบแบบดื้อๆก็ได้)

DAY 6

Jan 03 2019

Serenity Hotel & Spa Onsen Kabinburi

ThailandTH

The Mountain Village

ThailandTH

เมื่อคืนตกลงกันกับน้องว่าเช้านี้จะตื่นขึ้นมาวิ่งแต่อาจจะขอสาย ซักหกโมงครึ่ง ให้น้องตั้งนาฬิกาปลุกไว้ แต่ไม่รู้ยังงัยนอนกันเพลินถึงแปดโมงเช้า ตัวผมไม่รู้ตัวเลย ส่วนน้องบอกว่าได้ยินเสียงปลุก แต่เห็นผมนอนสบายก็เลยไม่ปลุก (ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า อิอิ หรือว่าขี้เกียจกันแน่)

ภารกิจต่อไปของพวกเราก็คือ แช่ออนเซน (ต่ออีกครั้ง) ก็มันสบายเนื้อสบายตัว ก็เลยต้องจัดอีกรอบ แต่ครั้งนี้ไม่ได้ถ่ายรูปข้างในน่ะ (ต้องเป็นคนดีอย่างนี้ซิ 5555)

มื้อกลางวันที่น่าจะเป็นมื้อสุดท้ายของการเที่ยวปีใหม่ของเราในครั้งนี้ เรามากันที่ร้านโจ๊กโภชนา อยู่ไม่ไกลจากโรงแรม พอมาถึงก็ไม่มั่นใจว่าร้านเปิดหรือเปล่า เพราะไม่มีคนเลย (โทรมาก่อนหน้านี้ ก็ไม่มีคนรับสาย) ลงไปถามว่า ก็บอกว่าเปิดร้านแล้ว นี่ยังดีที่เราไม่ได้มาเมื่อวาน (วางแผนว่าจะมาเมื่อคืน ถ้ามาถึงโรงแรมเร็ว) เพราะเค้าบอกว่าเมื่อวานคนเยอะมากกกก

อร่อยทุกอย่าง ผักกระเฉดชะลูดก็จะเป็นอีกชนิดนึง และเด็ดเอาแต่ก้านมา ส่วนตุ๋นเยื่อไผ่นี่ก็หวานแบบธรรมชาติ แบบว่าไม่ได้ใส่น้ำตาลหรือซอสอื่นเพิ่ม หอยจ๋อก็อร่อยน่ะ แต่มันเป็นแบบธรรมดาไม่ได้มีปู ก็เลยแบบว่าของบางแสนเราอร่อยกว่า แต่ที่พวกเราสองคนไม่เคยกินมาก่อนในชีวิตนั่นก็คือ ไข่เจียวซาลาเปา รสชาติก็กรอบนอกนุ่มใน แปลกดี แต่ก็อร่อย (คงจะคล้ายๆกับที่เจ๊ไฝ ได้มิชลินมามั้ง?)

นี่คือทั้งหมดของทรปปีใหม่อีสานเหนือของเรา น้องชอบมากเพราะได้ดจออากาศเย็น ช่วงหลายปีที่ผ่านมาเที่ยวภาคใต้ มันไม่เย็นงัย ก็เลยตั้งใจว่าปีใหม่ปีหน้าก็จะมาเที่ยวอีสาน หรือเหนืออีก เดี๋ยวใกล้ๆปีใหม่ปีหน้าค่อยมาคิดอีกที

สวัสดีปีใหม่ 2562 ครับ

Share to SNS
Link copied.
Paste it somewhere!